มว.เปิดให้บริการอุโมงค์ลมเพื่อการสอบเทียบเครื่องมือวัดและวิเคราะห์ความเร็วลม เริ่มเดือนมกราคม 2563

ปัจจุบันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy กำลังกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่รัฐบาลประเทศต่างๆ และองค์กรธุรกิจกำลังมุ่งพัฒนาระบบเศรษฐกิจและธุรกิจมาสู่ทิศทางนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดิม เน้นการบริโภค และเติบ โตภายใต้ระบบการผลิตที่พึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง แต่ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้แนวโน้มโลกอาจเกิดวิกฤติการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน อันเป็นรากฐานของความมั่นคง และความอยู่รอดของมนุษย์ ตลอดจนการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาวตรงกันข้ามกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เน้นคุณค่าของวัตถุดิบ ทรัพยากรและ ผลิตภัณฑ์ที่ต้องรักษาให้คงไว้ให้นานที่สุด โดยมีการสร้างของเสียที่ใช้หรือบริโภคให้นำกลับมาใช้ใหม่หมุนเวียนในระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เป้าหมายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดดังกล่าว สอดรับกับโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่มุ่งสู่ BCG Model โดย B (Bio Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ, C (Circular Economy) หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน และ G (Green Economy) หรือ เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศระยะยาว หรือ ไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกมิติ เร่งเศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างทั่วถึง บนฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

จากแนวคิดดังกล่าว สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ โดย ห้องปฏิบัติการการไหลและปริมาตรของของเหลว กลุ่มงานกลศาสตร์ของไหล ฝ่ายมาตรวิทยาเชิงกล จึงได้นําความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการวัดไปพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมผ่าน โครงการอุโมงค์ลมที่ใช้ในการสอบเทียบเครื่องมือวัดและวิเคราะห์ความเร็วลม เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพสู่กระบวนการผลิตพลังงานลมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการนำลมมาใช้ประโยชน์จะต้องอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญคือ “กังหันลม” ในการเปลี่ยนพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งพลังงานลมเป็นพลังงานที่สามารถใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด อีกทั้งการนำพลังงานลมไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ปล่อยของเสียที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม แต่การนำพลังงานลมเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า  ความเร็วลมจะต้องมีความสม่ำเสมอ  หรือกำลังลมเฉลี่ยทั้งปี ควรไม่น้อยกว่า ระดับ 5.0-7.0 เมตรต่อวินาที ที่ความสูง 50 เมตร 90 เมตร และ 120 เมตร จึงจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พลังงานลม เป็นพลังงานตามธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายต้นไม้ หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่าง ๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ดร. ปฎิพัทธ์ วงค์เทพ

ห้องปฏิบัติการการไหลและปริมาตรของของเหลว

กลุ่มงานกลศาสตร์ของไหล ฝ่ายมาตรวิทยาเชิงกล

โทร. 025775100 ต่อ 2206 

 

Cr : เนื้อหาบางส่วนได้มาจากข้อมูลทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

https://th.wikipedia.org/wiki/พลังงานลม

http://www.dede.go.th/article_attach/h_wind.pdf

 

 

Click ! เพื่อขยายภาพ