พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2564” มว.พร้อมโชว์ “NQI พัฒนาสมุนไพรไทยสู่สากล”

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2564” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 พฤศจิกายนนี้ อาคาร 9-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มุ่งขยายโอกาสทาง การศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาเยาวชนให้มีทักษะแห่งอนาคต พร้อมนำองค์ความรู้ ‘วิทย์และศิลป์’ สร้างสรรค์ นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผนึกภาครัฐภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศอีก 6 ประเทศ 80 หน่วยงาน ร่วมแสดงผลงานความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นความสนใจ สร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่เยาวชน นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์และประชาชนทั่วไป วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาศูนย์แสดง สินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานีเพื่อเป็นประธานในการเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปลัดกระทรวง อว. เอกอัครราชทูตจากประเทศเดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่นและรัสเซีย ผู้แทนท่านทูตจากสหราช อาณาจักร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวเปิดงานว่า “วิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญที่สัมพันธ์กับการพัฒนาระบบการศึกษา และการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคนเพื่ออนาคต ซึ่งต้องไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการเข้าถึงความรู้ โลกในอนาคตเป็น โลกกว้างที่มีองค์ความรู้หลากหลาย สามารถเรียนรู้ได้อย่างไร้พรมแดน เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ต้องเป็น ความรู้ พื้นฐานของคนไทย ต้องมีการผสมผสานการศึกษาเรียนรู้ในห้องเรียน และนอกห้องเรียนที่ต่อเนื่องสำหรับทุกช่วงวัย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ในปีนี้ จัดขึ้นบนแนวคิด “ศิลปะ วิทยาศาสตร์และ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Art – Science – Innovation and Creative Economy)” และสื่อสารเนื้อหาทางวิชาการตาม นโยบายที่สำคัญ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผสานกับศิลปะในมุมของการ ขับเคลื่อน พัฒนา “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) ของประเทศ และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ องค์รวม “BCG Model : Bio – Circular – Green Economy” รวมทั้งร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญทางวิทยาศาสตร์และ สังคมของโลกในปี 2021 ได้แก่ ปีสากลแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (International Year of Creative Economy for Sustainable Development) โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้งานนี้เปลี่ยนระบบความคิดของ คนไทยให้หันมาสนใจ ชื่นชอบวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนมุมมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นเต้น น่าเรียนรู้และจับต้องได้ ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และตลอด 15 ปีของการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีส่วนในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ สร้างสังคมอุดม ปัญญาให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วประเทศที่มาเที่ยวชมงานมากกว่า 15 ล้านคน นับเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ที่ชื่นชอบการแสวงหาความรู้ โดยปีนี้ได้สร้างสรรค์วิธีการ รูปแบบการรับชมงานแบบไฮบริดอีเว้นท์ที่ผสมผสานระหว่าง การเข้าชมงานในฮอลล์หรือเลือกรับชมจากที่บ้านก็ได้โดยมุ่งหวังว่าเด็ก เยาวชนไทย ตลอดจนสังคมไทยจะยกระดับ ความรู้ ได้รับแรงบันดาลใจ สร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเป็นชาติแห่ง วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในอนาคตต่อไป”

ในการนี้ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานในหัวข้อ “NQI พัฒนาสมุนไพรไทยสู่สากล” ที่นำเสนอเรื่องราว เกี่ยวกับ งานโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure; NQI) ที่สนับสนุนห่วงโซ่ “สมุนไพรปลอดภัย” ซึ่งนำร่องด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ที่สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพโดยวิถีธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีของผู้บริโภค  ส่งผลให้สมุนไพรกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่แวดวงธุรกิจ Health and Wellness ทั่วโลกกำลังต้องการ ภาครัฐไทยได้เล็งเห็นโอกาสที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการกำหนดนโยบายในหลายๆ ด้านเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่การผลิตสมุนไพรในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่ง NQI จะเป็นกระบวนการที่จะช่วยยกระดับสมุนไพรไทย: ปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและความปลอดภัย รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค พร้อมทั้งยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้สามารถจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศได้ต่อไป

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โรงพยาบาลหนองเสือ ได้มีความร่วมมือโครงการนำร่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (NQI) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทย ภายใต้โครงการ “NQI เพื่อสนันสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทย” ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ด้าน ได้แก่ การกำหนดมาตรฐาน ( S : Standard)  มาตรวิทยา (M : Metrology)  การรับรองระบบงาน (A : Accreditation) การตรวจสอบและรับรอง (C : Conformity Assessment) การกำกับดูแลตลาด (M : Market Surveillance) ซึ่งการมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่ดีนั้นจะเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้กิจกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพสมุนไพรไทยของประเทศมีความเป็นสากลจนเป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าของโลกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สามารถติดตามความเป็นมาของโครงนี้ได้ที่ช่องทาง https://www.youtube.com/user/nimt2541/videos

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติซึ่งเป็นองค์ประกอบทางด้านมาตรวิทยา (M : Metrology) ได้เข้าไปมีส่วนในการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพให้แก่บุคคลากรที่เกี่ยวข้องในโครงการฯ รับผิดชอบการวิเคราะห์ตัวอย่างที่จำเป็นตามข้อกำหนดทางคุณภาพ เพื่อให้เกิดระบบโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบคุณภาพที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนและพัฒนาวัสดุอ้างอิง/สารมาตรฐาน สำหรับการวัดรายการที่จำเป็นในสมุนไพร เพื่อให้ผลการวัดเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อการพัฒนาห่วงโซ่ความสามารถสอบกลับได้ทางมาตรวิทยา หรือ Traceability Chain ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้ระบบ NQI ที่สร้างผลกระทบต่อการพัฒนาศักยภาพให้แก่ห่วงโซ่การผลิตสมุนไพรที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้มาตรฐานและเป็นการสร้างอัตลักษณ์ให้สินค้าไทย ลดต้นทุนการผลิต ทำให้สินค้าขายได้แข่งขันได้ ได้ราคาดี เป็นที่ยอมรับระดับโลก

โดยนิทรรศการ NQI พัฒนาสมุนไพรไทยสู่สากล” แบ่งโซนข้อมูลเป็น 5 เรื่อง ได้แก่

  1. เทรนด์สุขภาพมาแรง “สมุนไพร” โอกาสธุรกิจ…ที่ต้องคว้าไว้
  2. จุดแข็งของสมุนไพรไทย
  3. NQI กับการยกระดับสมุนไพรไทย : ปลดล็อคข้อจำกัดทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย
  4. NQI กุญแจพัฒนาประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  5. ภาพรวมห่วงโซ่การผลิตสมุนไพรปลอดภัยเพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานของสถาบันได้ที่ Hall 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จนถึงวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 และสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อรับของที่ระลึกจากสถาบันได้ทั้งในรูปแบบออนไซด์ และ ออนไลน์ ที่เพจfacebook ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และยังสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการในรูปแบบเสมือนจริงแบบ 360 องศา ได้ที่ http://mx.nimt.or.th/?p=14317