พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง มว. (14 พฤศจิกายน 2562)

นายจำลอง  พรมสวัสดิ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางอัจฉรา  เจริญสุข ผู้อำนวยการ นายอนุสรณ์  ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ ร.ท.อุทัย  นรนิ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ มว.  ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  ร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง  ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลาฤกษ์ 09.20 – 10.20 น. ณ สถานที่ก่อนสร้างอาคารพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง  โครงการดังกล่าว เป็นโครงการภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เดิม)  ซึ่งสถาบันได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้าง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 213,860,000 บาท (สองร้อยสิบสามล้านแปดแสนหกหมื่นบาทถ้วน)  กำหนดระยะเวลาก่อสร้างรวม 3 ปี  เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2564  ลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 4 ชั้น มีชั้นดาดฟ้า 1 ชั้น  ภายในอาคารประกอบด้วยห้องปฏิบัติการ ห้องฝึกอบรม และห้อง server  มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,700 ตารางเมตร  บนพื้นที่ขนาด 1.5 ไร่  ภายในพื้นที่เทคโนธานี ด้านทิศตะวันออกของอาคารผดุงมาตร มว.  โดยเมื่ออาคารดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ  สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จะพัฒนาขีดความสามารถในการสถาปนามาตรฐานการวัดแห่งชาติใน 4 สาขา กล่าวคือ 1) ด้านแรงขนาด 10 MN เพื่อรองรับความถูกต้องของการทดสอบ Compressive strength ของหมอนคอนกรีต, Flash Butt / Aluminothermic welded rail joint  2) ด้านความยาวและมิติ เพื่อรองรับความถูกต้องของการทดสอบรางรถไฟฟ้า  3) ด้านการวัดคุณสมบัติความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Compatibility : EMC) และ 4) ด้านการสั่นสะเทือนย่านความถี่ต่ำ  ตลอดจนสามารถติดตั้งระบบปรับเทียบเวลาผ่านอินเตอร์เน็ตชนิด PTP (Precision Time Protocol) ที่มีความถูกต้องสูง และถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ทดสอบ และบำรุงรักษาระบบการขนส่งทางรางของประเทศ  โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดร่วมกันกับทุกภาคส่วน คือ ทำให้ระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศมีความแม่นยำและปลอดภัย  เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ต้องใช้ระบบบริการขนส่งทางราง หรือระบบบริการสาธารณะอื่นๆ ของประเทศต่อไป