ก้าวสู่ปีที่ 23 แห่งการสถาปนา มว. “มาตรวิทยาร่วมใจไฟท์โควิด-19”

1 มิถุนายน 2564 ถือเป็นวันครบรอบ 23 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงาน มว.ทุกคน ได้ร่วมกันขับเคลื่อน “ระบบมาตรวิทยา” ที่เป็นรากฐานสำคัญของ “โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure; NQI)” ในการพัฒนาและนำนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนคนไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยในปีที่ผ่านมา ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีผู้คนเสียชีวิตทั่วโลกมากกว่า 3 ล้านคน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ยกให้วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขนี้เป็นความท้าทายครั้งใหญ่หลวงที่สุดที่โลกต้องเผชิญนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา

ท่ามกลางวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้  มว. ได้เห็นถึงความเสียสละของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง  และตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่อุปกรณ์และเครื่องมือวัดทางการแพทย์ต้องมีความถูกต้องแม่นยำ และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ทีมงาน มว. ตั้งแต่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร ไปจนถึงเพื่อนร่วมงานทุกคน ต่างร่วมแรงร่วมใจโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ สร้างความเชื่อมั่นในผลการตรวจวัดให้กับอุปกรณ์และเครื่องมือวัดทางการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยบริการประชาชน ด้วยการ

        – ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Non-Contact Infrared Thermometer) เพื่อช่วยในการคัดกรองผู้ติดเชื้อ

        – ให้บริการสอบเทียบเครื่องมือมาตรฐานสำหรับทดสอบเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator Tester) เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

         -ให้บริการตรวจสอบค่าความเข้มแสงยูวีซีของตู้อบฆ่าเชื้อ (Sterilizer) ที่โรงพยาบาลได้รับบริจาคมา หรือ UVC Robot ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทย

  • – สร้างความสอบกลับได้ของการทดสอบความดันในหน้ากากป้องกันเชื้อแบบแรงดันบวก PAPR มาตรฐานปฐมภูมิด้านความดันที่นำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมได้หลากหลาย
  • – สร้างนวัตกรรมต้นแบบ UVGI Chamber โดยดัดแปลงจากเครื่องไมโครเวฟที่ไม่ใช้แล้วมาผลิตเครื่องฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซี
  • – สร้างนวัตกรรมการทดสอบชุด PPE แบบไม่ทำลาย และจะต่อยอดเป็น Verification Kit เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถทำการทดสอบชุด PPE ที่ได้มาจากรับบริจาคได้เอง
  • – สร้างเครื่องฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซี ทั้งแบบที่ใช้ในห้องผู้ป่วย และแบบที่ใช้ในรถพยาบาล เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล
  • – เข้าร่วมเปรียบเทียบผลการวัด SAR-CoV-2 ระดับนานาชาติ โดยใช้เทคนิค RT-dPCR เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบผลการตรวจวัดและรองรับงานวิจัยต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้งป้องกันการแพร่ระบาดของCOVID-  19
  • – ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาผ่าน “โครงการบ่มเพาะและรับรองความสามารถทางวิชาการด้านมาตรวิทยาทางการแพทย์” เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป ที่ใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์ สามารถมั่นใจในผลการตรวจวัดต่างๆ ได้จากการใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน
  • – ร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาผ่านสื่อออนไลน์และสื่อต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจงานด้านมาตรวิทยาที่สามารถนำไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องตระหนักถึงผลการวัดอย่างถูกต้องและแม่นยำตามมาตรฐานสากล ในรูปแบบการสัมภาษณ์จากสื่อมวลชน infographics บทความ คลิปวิดีโอ website facebook youtube และนิทรรศการ เป็นต้น

นอกเหนือจากภารกิจเร่งด่วนข้างต้นแล้ว  มว. ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านมาตรวิทยาของประเทศ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการวัดให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถทางการวัดที่มีอยู่ให้แม่นยำสูงขึ้น มีพิสัยกว้างขึ้น หรือมีความไม่แน่นอนทางการวัดลดลง รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถทางการวัดใหม่ให้ทันกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคตได้ทันเวลา อีกทั้งดำเนินการส่งมอบทักษะและองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาต่างๆ สู่ผู้ประกอบการแรงงาน และสาธารณชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อันได้แก่

การพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ การพัฒนานาฬิกาอะตอมเชิงแสงเพื่อการประยุกต์ใช้ความถี่มาตรฐานในการวินิจฉัยทางการแพทย์การถ่ายทอดเวลาผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเข้าสู่สังคมดิจิตัล การสร้างสถานีเวลารับสัญญาณดาวเทียมนำทางสากลเพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์ และระบบข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อการทดสอบระบบการขนส่งทางราง  การผลิตวัสดุอ้างอิงเพื่อสนับสนุน
อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมอาหาร

การนำเทคโนโลยีมาตรวิทยาไปเพิ่มผลิตภาพการผลิต และเพิ่มผลิตภาพแรงงานและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ เช่น การพัฒนาระบบการวัดที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงานในอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็ง การพัฒนาระบบการวัดชิ้นส่วนยานยนต์แบบอัตโนมัติบนเครื่องจักรขนาดใหญ่การสร้างทักษะทางการวัดให้กับแรงงาน การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีมาตรวิทยา

การประยุกต์ใช้มาตรวิทยาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และสุขอนามัยของประชาชน ได้แก่ การผลิตวัสดุอ้างอิงเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนในอาหาร การพัฒนามาตรฐานการทดสอบอาหารฮาลาล ความร่วมมือกับสำนักงานชั่ง ตวง วัด เพื่อความเป็นธรรมในการซื้อขาย ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรมในการตัดสิน ความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง ความร่วมมือกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการทำคู่มือการทดสอบเครื่องวัดทางการแพทย์ ความร่วมมือกับกรมมลพิษในการตรวจวัดคุณภาพอากาศ และมลพิษทางเสียง

อย่างไรก็ดี ปี 2564 นี้เป็นปีที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติทุกประเทศ และประชาคมชาวมาตรวิทยาทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทุกมิติ  ดังจะเห็นได้จากการที่สำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (Bureau International des Poids et Measures : BIPM) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายชั่งตวงวัด (International Organization of Legal Metrology : OIML) ได้เลือกหัวข้อ “Measurement for Health : การวัดเพื่อสุขภาพ” สำหรับ “วันมาตรวิทยาโลก (World Metrology Day)” ที่ครบรอบไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ตระหนักถึงบทบาทของการวัดที่มีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์