มว. จัดสัมมนาวิชาการ “การพัฒนามาตรฐานการวัดแห่งชาติเพื่อสร้างการสอบกลับได้ในการวัด สำหรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย (3 กรกฎาคม 2566)

นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ มว. เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ “การพัฒนามาตรฐานการวัดแห่งชาติเพื่อสร้างการสอบกลับได้ในการวัด สำหรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย” เพื่อเป็นเวทีและช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเผยแพร่องค์ความรู้ไปสู่สาธารณชน โดยภายในงานประกอบไปด้วยการจัดเสวนา เรื่อง “การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆให้เกียรติมาร่วมพูดคุยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในระบบออนไซต์และออนไลน์ ได้แก่  ดร. สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ คุณสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณพูนพัฒน์ โลหารชุน ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด และนายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ร่วมให้ความรู้ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอะแนะ รวมไปถึงโอกาส ทิศทางในการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และปรับใช้ให้เหมาะสมกับหน่วยงานต่อไป

จากนั้นจะเป็นการบรรยายวิชาการ มาตรฐานการวัดแห่งชาติจากผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายมาตรวิทยา ต่างๆ ทั้งใน มว. และต่างประเทศ เพื่อนำเสนอบทบาทหน้าที่ของงานด้านการวัดที่จะไปสร้างคุณค่า และการสอบกลับได้ทางการวัดเพื่อการรองรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยปัจจุบันระบบโลจิสติกส์ของไทย มีรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิมมากขึ้น อาทิ ในด้านความรวดเร็ว และความต่อเนื่องในการขนส่ง ซึ่งมีผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยียานพาหนะขนส่ง เทคโนโลยีสื่อสาร และระบบประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ จนมีสมรรถนะสูงมาก ซึ่งการพัฒนา การใช้งานและการบำรุงรักษาเทคโนโลยีเหล่านั้น มีความจำเป็นที่ต้องใช้การวัดที่มีความแม่นยำและเที่ยงตรงเหมาะสมกับงาน เพราะหากเกิดความผิดพลาดแล้วจะก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายตามมาได้  ดังนั้น มว.จึงได้เร่งพัฒนาความสามารถทางการวัด เพื่อรองรับการใช้งานและบำรุงรักษาระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ให้ได้อย่างเต็มสมรรถนะ ควบคู่ไปกับสร้างมาตรฐานการวัดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการวัดให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของภาคส่วนต่างๆให้มากที่สุด โดยสถาบันได้ดำเนินการเพื่อรองรับการพัฒนาของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยการก่อสร้างอาคารมาตรฐานของระบบราง เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านมาตรฐาน และการสถาปนาหน่วยวัดของประเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบรางของประเทศ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเตรียมเปิดดำเนินการเพื่อให้บริการเพื่อรองรับงานด้านการสอบเทียบระบบราง และงานที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกด้านต่อไป ในโอกาสนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการมาตรฐานการวัดแห่งชาติด้านระบบราง เพื่อสร้างการรับรู้ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมไปถึงรับทราบบทบาทหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐานการวัดของสถาบันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป  ณ อาคารพัฒนามาตรฐานการวัดเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง (มว.) จ.ปทุมธานี