มว. ร่วมจัดนิทรรศการในงาน TRIUP FAIR 2024 ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน…รวมพลังขับเคลื่อนการใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจให้ประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 9 แห่ง และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ผนึกกำลังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2567 (TRIUP FAIR 2024)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 กันยายน 2567 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรม สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ภายในงานได้รับเกียรติจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้บริหารหน่วยงาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนให้มีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น เพราะการสร้างรากฐานทางความรู้ และความเข้มแข็งในวิทยาการด้านต่าง ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามความท้าทายในยุคปัจจุบัน ในส่วนของกระทรวง อว. มีนโยบาย “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” มีหลักการสำคัญ คือ “เอกชนนำ รัฐสนับสนุน” โดยให้เอกชน ภาคประชาสังคมร่วมกำหนดทิศทางและโจทย์วิจัย เข้าถึงทุนวิจัยและใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย มีหน่วยงาน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของกระทรวง อว. สนับสนุนอย่างเต็มกำลัง

จากการผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม (TRIUP ACT) ที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของผลงานวิจัย และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในวงกว้าง ในปี 2567 กองทุน ววน. ภายใต้กำกับของกระทรวง อว. ได้จัดสรรงบประมาณภายใต้กรอบใหม่ที่มุ่งเน้นสนับสนุนกิจกรรมที่ผลักดันให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมถูกใช้ประโยชน์ ซึ่งการจัดงาน TRIUP Fair 2024 ถือเป็นกลไกที่จะช่วยให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Impact Journey to Ignite Thailand : เส้นทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม สู่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” มุ่งเน้นการตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล ได้แก่
(1) นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ และบริการทางการแพทย์
(2) การยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม เป็นเกษตรทันสมัย
(3) นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน
(4) การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ
(5) การต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

“งาน TRIUP Fair นี้ จะเป็น One Stop  Service ที่รวมระบบนิเวศที่ให้บริการกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตผลงานวิจัยไปจนถึงผู้ใช้ประโยชน์ และเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ให้มาร่วมกันสร้างผลกระทบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตและแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป”

ในการนี้ พล.ต.ท. นพ.พรชัย  สุธีรคุณ ผู้อำนวยการ มว. เข้าร่วมในพิธีเปิดงานดังกล่าว พร้อมกันนี้สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ยังได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในโซนกลไกด้านการบริการตรวจวิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองมาตรฐาน โดยร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับงานด้านมาตรวิทยาที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ” ผ่านกลไก งานโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure) : NQI ซึ่งได้ชูความพร้อมในการเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน และสนับสนุนศักยภาพด้านการวัดให้แก่ห้องปฏิบัติการสอบเทียบ และทดสอบ ภาคอุตสาหกรรมและภาคเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านงานบริการต่างๆ อาทิ การสอบเทียบเครื่องมือวัด การฝึกอบรมและให้คำปรึกษาด้านมาตรวิทยา และการจำหน่ายวัสดุอ้างอิงรับรองมาตรฐาน เป็นต้น ด้วยบริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ในระดับสากล

โดยในครั้งนี้ มว. ได้นำเสนอผลงานวิจัย โครงการ “เกษตรอัจฉริยะด้วยมาตรวิทยา” อาทิ นวัตกรรมเซนเซอร์และแอปพลิเคชั่น นวัตกรรมเครื่องอบแห้งผลิตผลทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีหลอดรังสีอินฟาเรดย่านกลาง  และระบบอวาคาโปนิกส์ – เซนเซอร์และแอปพลิเคชั่น ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการทำเกษตรสมัยใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพให้ได้มากยิ่งขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการแบบครบวงจร  ซึ่งมาตรวิทยาเป็นศาสตร์แห่งการวัด ที่มีการนำวิชาความรู้ในสาขาต่างๆ เข้ามาผสมผสานกับเทคโนโลยีการวัดที่มีความแม่นยำสูง ก็จะสามารถช่วยให้การทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้ต่อไป