มว. สร้างจุดแข็งด้านคุณภาพและความปลอดภัยสู่ข้าวหอมมะลิไทย หนุนมาตรฐานอาหารโลก

การปลูกข้าวนั้นอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมาช้านาน บรรพบุรุษถ่ายทอดองค์ความรู้และประเพณีต่างๆในการปลูกข้าวมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานเพื่อเป็นการบอกต่อถึงวิธีการรักษาคุณภาพของข้าวที่ปลูกให้คงคุณภาพ เรามีข้าวสายพันธุ์ที่หลากหล%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7าย แต่สายพันธุ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ข้าวไทยนั่นคือข้าวหอมมะลิ  และเมื่อสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป เรามีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้นทำให้ข้าวหอมมะลิไทยกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักของประชากรกว่าครึ่งโลก ข้าวเป็นแหล่งพลังงานหลักของประชากรมากกว่า 17 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก 9 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ และ 8 ประเทศ ในทวีปแอฟริกา

จากข้อมูลเหล่านี้จึงทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีการปลูกข้าวเริ่มพัฒนาตลาดค้าข้าวเพื่อแข่งขันกันในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจการค้าข้าวของไทยยิ่งมีความตื่นตัว ดังนั้นประเทศผู้ค้าข้าวจึงต้องพัฒนาคุณภาพของข้าวให้ดีเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

การรักษาคุณภาพข้าวให้ได้ตามมาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหารตามมาตรฐานนั้น จึงเป็นสิ่งที่ผู้ค้าข้าวให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากมาตรฐานเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าข้าวจากแหล่งนั้นๆมีคุณภาพสามารถส่งต่อไปยังผู้บริโภคได้หรือไม่ แต่กระนั้นแม้ว่ามีการตรวจสอบคุณภาพดังกล่าว แต่สิ่งที่สำคัญที่อยู่เหนือกว่ามาตรฐานนั้นๆ นั่นคือ มาตรฐานการวัด หรือหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบอย่างละเอียด และการสอบย้อนกลับได้ของเครื่องมือที่เป็นองค์ประกอบหลักของมาตรฐานนั้นๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่าความชื้นในข้าว เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการนำมาทดสอบคุณภาพของข้าว เนื่องจากสัมพันธ์กับการซื้อขาย และส่งออก ทำให้ห้องปฎิบัติการความชื้นของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ( มว.)  มีความจำเป็นต้องริเริ่มในการสถาปนามาตรฐานทางการวัดความชื้นในข้าว สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทย เพื่อยกระดับคุณภาพและปกป้องสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทย โดยได้มีการบูรณาการงานร่วมกันระหว่างฝ่ายมาตรวิทยาเคมีและชีวภาพ และห้องปฏิบัติการความชื้นของฝ่ายมาตรวิทยาอุณหภูมิในการวัดค่าความชื้นของข้าว ผ่านวัสดุอ้างอิงที่สอบกลับได้ หรือปริมาณของไอน้ำในข้าวจากการระเหยที่สามารถสอบย้อนกลับไปยังหน่วย SI เพื่อความสะดวก ถูกต้อง และรวดเร็วในการตรวจสอบ สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานกลางชั่งตวงวัด ในการตรวจสอบเครื่องมือวัดความชื้นในข้าวแบบไฟฟ้า รวมถึงความสำคัญในการเรียนรู้ถึงการวัดความชื้นในข้าวอย่างถูกวิธี โดยผ่านเครือข่ายการถ่ายทอดเทคโนโลยี่การวัดความชื้นในข้าวหอมมะลิ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการวัดความชื้นข้าวหอมมะลิไทย รองรับการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าการเกษตรเพื่อการส่งออก  เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในการวัด และการจัดการประสิทธิภาพเครื่องมือวัดเพื่อการตรวจสอบคุณภาพ โดยมุ่งเน้นให้กระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการวัด การใช้งานเครื่องมือวัดอย่างถูกวิธี และการตระหนักในความถูกต้องของการวัดความชื้นในข้าว ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล ส่งผลต่อความน่าเชื่อมั่นของสินค้าส่งออกจากประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยมีความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกและผลักดันสู่ความเป็นเมืองนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis อีกด้วย