โครงการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ในการวัดสาขาความสว่างของแหล่งกำเนิดแสง

ledในโลกยุคใหม่ที่มีความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแสงสว่างจากไฟฟ้าคือสิ่งสำคัญสำหรับมวลมนุษยชาติ เราได้รับประโยชน์จากแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น ด้านสังคม ด้านการผลิต ตลอดจนด้านการติดต่อสื่อสาร

แต่ทั้งนี้แม้เราจะได้รับประโยชน์จากแสงสว่างแต่สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ มาตรฐานของแสงสว่างที่เหมาะสมกับการใช้งาน  ยกตัวอย่างในเรื่องของการสื่อสาร ปัจจุบันเราสื่อสารผ่านหน้าจอเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น จอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่ จอโทรศัพท์ ที่มีข้อมูลอันทรงพลังที่สามารถดึงดูดให้เราใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอยู่หน้าจอ

แต่อย่างไรก็ตามการมีแสงสว่างที่มากหรือน้อยเกินไปไม่เหมาะสมกับการใช้งาน ก็อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากอุปกรณ์เหล่านั้น ดังนั้น การควบคุมระดับความสว่างของอุปกรณ์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรศัพท์มีความสว่างมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพตาของผู้ใช้งานได้ หรือ หากจอโฆษณาที่ติดตั้งข้างถนนมีแสงสว่างมากเกินไป ก็จะรบกวนการขับขี่ของผู้สัญจรในบริเวณนั้น และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ

windows_blue_screen_on_room_full_of_computersฝ่ายมาตรวิทยาแสง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.)ในปัจจุบัน มีขีดความสามารถในการตอบสนองต่อความสว่างของมาตร(การวัด)ความสว่าง (luminance meter) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือระดับใช้งาน ด้วยเหตุนี้ฝ่ายมาตรวิทยาแสงจึงได้มีการวางแผนที่จะพัฒนาขีดความสามารถใหม่ในการวัดสาขาความสว่างของแหล่งกำเนิดแสง (luminance of source) เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของการมาตรฐานระดับสูงที่ใช้ในการสอบเทียบหรือทวนสอบมาตรความสว่าง ในห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับทุติยภูมิหรือบริษัทผู้ผลิตจอแสดงผลต่าง ๆ ซึ่งห้องปฏิบัติการแสงมองเห็นแนวโน้มถึงความต้องการเกี่ยวกับเรื่องนี้จากห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับทุติยภูมิที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น เช่น สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ถึงความต้องการสอบเทียบความสว่างของแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งปัจจุบันสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต้องส่งสอบเทียบไปยังต่างประเทศจึงมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน

ดังนั้นจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ มว.จะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยการพัฒนาขีดความสามารถในการวัดปริมาณความสว่างของแหล่งกำเนิดแสง และความถูกต้องของการวัดปริมาณความสว่างสามารถสอบกลับได้มายังสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการ ลดต้นทุนการผลิตเพราะไม่จำเป็นต้องส่งมาตรฐานไปสอบเทียบยังต่างประเทศ อันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตและคุณภาพสินค้า เป็นการยกระดับคุณภาพสินค้าส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการภายในประเทศสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าแก่ผู้บริโภค