นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) พร้อมด้วยนายพิเชษ วงษ์นุช หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานปฐมภูมิอุณหภูมิ น.ส.ณัฐชยา รัตนานพ ผู้ช่วยนักวิจัย และ น.ส.พลอยทับทิม พ่วงผาด ผู้ช่วยนักวิจัย มว. ร่วมให้สัมภาษณ์ กับสื่อ “เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ “ ที่เป็นสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร เพื่อเกษตรกรไทย ในหัวข้อ“มาตรวิทยา” รากฐานแห่งความแม่นยำ ยกระดับเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ที่เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยที่ได้นำความรู้ด้านมาตรวิทยาไปใช้ในการพัฒนาและขับเคลื่อนการทำงานเพื่อภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ
โดยนายอนุสรณ์ รองผู้อำนวยการ มว. กล่าวถึงผลงานวิจัยดังกล่าว ว่า “ภารกิจหลักของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ คือ การพัฒนาและส่งเสริมระบบการวัดของประเทศ (National Measurement System) ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ค่าการวัดที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ พลังงาน หรือแม้แต่ภาคการเกษตรมีความเชื่อถือได้ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงมาตรฐานสากลได้ทุกขั้นตอน ทั้งนี้ ยังดำเนินการวิจัยและพัฒนา “วิธีการวัดใหม่ๆ” ให้ทันต่อความต้องการของประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี วัสดุอ้างอิง การสอบเทียบเครื่องมือ รวมถึงการสนับสนุนภาคการผลิตและผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
การเริ่มต้นของโครงการนี้ เริ่มจากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพดิน วัดค่าธาตุอาหารหลักอย่าง N P K และตรวจสอบสารตกค้าง เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่ก่อนการปลูก โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ที่ต้องอาศัยความถูกต้องของข้อมูลเป็นพื้นฐาน จากนั้นจึงติดตั้งระบบเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดความชื้นในดินและอากาศแบบเรียลไทม์ หากพบว่าความชื้นสูงหรือต่ำเกินไป ระบบก็สามารถแจ้งเตือนและปรับการให้น้ำได้อย่างเหมาะสมผ่านโทรศัพท์มือถือของเกษตรกรที่เป็นการเชื่อมโยงมาตรวิทยากับ “เกษตรอัจฉริยะ” เพื่อยกระดับ Smart Farmer ไทย”
ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า เมื่อแนวโน้มการเกษตรสมัยใหม่เปลี่ยนจากการใช้แรงงานคนไปสู่การใช้เทคโนโลยี เช่น IoT, เซ็นเซอร์, ระบบควบคุมอัตโนมัติ และ Big Data ความแม่นยำของข้อมูลจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ “เกษตรอัจฉริยะ” คือ การทำเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวัดและควบคุมปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นในดิน ปริมาณธาตุอาหารในดิน (N P K) หรือแม้แต่ค่าความเป็นกรดด่างในดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน
“สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการวัดและการตรวจสอบความแม่นยำของเซ็นเซอร์ ที่ใช้ในระบบเกษตรอัจฉริยะ เพื่อให้ค่าที่วัดได้สามารถนำไปใช้ควบคุมการให้น้ำ การใส่ปุ๋ย ตลอดจนไปสู่การวิเคราะห์การเจริญเติบโตของพืชได้อย่างถูกต้อง”
ทั้งนี้ ในบทสัมภาษณ์ ยังมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการนี้ ผลสัมฤทธิ์ รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอด ที่จะสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังภาคการเกษตรของไทย ให้พัฒนาไปสู่ยุคได้ดิจิทัลอย่างยั่งยืน ท่านที่สนใจสามารถติดตามอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_319782
- นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ มว.




