มว. และ ส.ป.ก. ร่วมลงนามความร่วมมือ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เพิ่มประสิทธิภาพ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 เมษายน 2569  :  พล.ต.ท.นพ.พรชัย  สุธีรคุณ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.)  และ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ระหว่าง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมี นายอนุสรณ์  ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวย มว. และ นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และผู้บริหารหน่วยงานทั้ง 2 ฝ่าย ร่วมเป็นพยาน และเข้าร่วมพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ  ณ ห้องประชุม 206 อาคารมาตรธำรง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จ.ปทุมธานี

สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินให้ดีขึ้นต่อไป โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในด้านวิชาการและการลงมือปฏิบัติ เพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรที่เหมาะสมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้เกิดการยกระดับการประกอบการเกษตรของเกษตรกรให้ดีขึ้น สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เหมาะสม แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน สร้างและพัฒนากลไกการขับเคลื่อนและขยายผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

โดยเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ส.ป.ก. ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร” โดยมุ่งเน้นการยกระดับสิทธิในที่ดิน การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และการเสริมศักยภาพเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยื่น ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำเกษตรยุคใหม่ การลงนามกับ มว. ในครั้งนี้ มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์โดยจะเข้ามาเติมเต็มมิติของ “ความแม่นยำ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ” ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ทั้งนี้จะร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม สนับสนุนเครื่องมือและระบบที่จำเป็น รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และผู้นำเกษตรกร ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และขยายผลสู่พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ทรัพยากรและศักยภาพที่มี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมต่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินโดยเร็ว และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ที่สามารถต่อยอด ขยายผล และยกระดับเกษตรกรไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน ผู้อำนวยการ มว. กล่าวเพิ่มเติม MOU ฉบับนี้มีสาระสำคัญในการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งการพัฒนากลไกในการขับเคลื่อนและขยายผลการประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อันสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาประเทศระยะยาว ขอแสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นและความร่วมมืออันเข้มแข็งของทั้งสองหน่วยงาน ที่ได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ขึ้นและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีลงนามความร่วมมือ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของ มว. ในงานด้านการเกษตรที่ได้ดำเนินการนำร่องศึกษาวิจัย และขยายผลความร่วมมือไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ระบบเกษตรอัจฉริยะ IoT (โรงเรือน) และระบบตู้อบพลังงานผสม เป็นต้น  พร้อมกันนี้ ดร.จรัญ ยะฝา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ มว. ได้นำคณะเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของฝ่ายมาตรวิทยาเคมีและชีวภาพ อาทิ การผลิตวัสดุอ้างอิงรับรอง TRM (Thailand Reference Material) ที่เป็นวัสดุอ้างอิงรับรอง (Certified Reference Material: CRM) ที่ผลิตโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ที่ใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง, สอบเทียบเครื่องมือ และควบคุมคุณภาพการวัด ในงานด้านการวิเคราะห์และทดสอบ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความต้องการในการใช้ประโยชน์ รวมไปถึงทำให้มีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ในการดำเนินงานความร่วมมือให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

 

เครดิต ข่าว/ภาพ : ภาคีนัย กลิ่นกุล ส.ป.ก.