สถาบันมาตรวิทยาฯ ร่วมยกระดับงานวิจัยมีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล (7 พฤษภาคม 2569)

นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ ดร.จรัญ ยะฝา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และนายวิรุณ เล้าพรพิชยานุวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายมาตรวิทยาเชิงกล สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ให้การต้อนรับ รศ.ดร.วุฒิชัย แพงาม หัวหน้าโครงการวิจัย และคณะทีมผู้วิจัยได้แก่ พ.ต.ท.ศุภโชค มังษะชาติ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 3) กลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5  และพ.ต.ต.หญิงศศิธร บุญมาปะ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 2) กลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในโอกาสเข้าพบทีมผู้บริหารและร่วมปรึกษา โครงการวิจัยหัวข้อ “การประมาณอัตราเร็วจากหลักฐานไฟล์ภาพเคลื่อนไหวเพื่อการประยุกต์ใช้ในงานนิติวิทยาศาสตร์” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อแสดงความขอบคุณต่อความร่วมมือในการสนับสนุนค่ามาตรฐานการตรวจวัดความเร็วซึ่งจะถูกนำไปใช้ในโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศต่อไป ณ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ รังสิต-คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

ด้วยสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและประเมินวิธีการคำนวณอัตราเร็วของรถยนต์จากไฟล์ภาพเคลื่อนไหว โดยใช้หลักการทางฟิสิกส์พื้นฐานร่วมกับเทคนิคการประมวลผลภาพ และการวิเคราะห์ค่าความคลาดเคลื่อนของการวัด เพื่อให้ได้ข้อมูลอัตราเร็วที่มีความถูกต้องแม่นยำใกล้เคียงค่าจริง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสามารถนำไปใช้สนับสนุนงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการตรวจพิสูจน์หลักฐานด้านคดีอุบัติเหตุจราจร เพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งลดการพึ่งพาซอฟแวร์จากต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานการปฏิบัติงานในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ

ในการนี้ คณะผู้วิจัยได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติที่มีผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่มีเครื่องมือวัดอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในสาขามาตรวิทยาต่างๆ ประกอบด้วย การทดสอบภาพสนามและการเก็บข้อมูลความเร็วของยานพาหนะจริง การใช้สถานที่และเครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลงานวิจัยมีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล ทั้งในระดับวิชาการและนำไปใช้งานจริง