มว. จับมือ เอ็มเทค สวทช. ผสานพลัง “ศาสตร์แห่งการวัด” และ “เทคโนโลยีวัสดุ” ยกระดับงานวิจัยวัสดุและอนุภาค รับมือสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนของประเทศ (27 สิงหาคม 2569)

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ การวิจัย พัฒนา และมาตรวิทยาวัสดุและอนุภาค เพื่อการประยุกต์ใช้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ เพื่อเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ รศ. ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) ร่วมลงนามความร่วมมือ โดยมี นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ นางชัญชณา ธนชยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เอ็มเทค สวทช. ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงาน

เปลี่ยนตัวเลขวัดผล ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่น” เพื่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ขยะและของเสียเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเป้าหมายการพาประเทศไปสู่ความ เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเหล่านี้คือ “การวัดที่ถูกต้องและแม่นยำ” เพราะในทางวิทยาศาสตร์ “สิ่งใดที่ไม่สามารถวัดได้ ย่อมไม่อาจบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง มว. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการวัดและการสอบกลับได้มาตรฐานสากล ซึ่งทำหน้าที่สร้าง “ความเชื่อถือได้” ของผลการวัด กับ เอ็มเทค สวทช. ศูนย์ความเลิศด้านการวิจัยพัฒนาวัสดุศาสตร์ของประเทศ เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยเรื่องวัสดุให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง มีมาตรฐานรองรับในระดับสากล

4 ภารกิจหลัก มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและอุตสาหกรรมไทย

ความร่วมมือในระยะยาวของทั้งสองหน่วยงานครอบคลุมแนวทางดำเนินงาน 4 ด้านสำคัญ:

  1. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุเชิงอนุภาคและวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้ตอบโจทย์การลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  2. สร้างมาตรฐานการวัดระดับสากล: วางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการวัด วิเคราะห์ และทดสอบวัสดุและอนุภาค พร้อมจัดทำเกณฑ์ประเมินคุณภาพที่เป็นยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
  3. พัฒนาบุคลากรและเครือข่ายแลกเปลี่ยน: ยกระดับศักยภาพนักวิจัยและห้องปฏิบัติการทั่วประเทศผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และกิจกรรมทดสอบความชำนาญ
  4. นำผลงานวิจัยไปใช้จริงเชิงระบบ: ผลักดันให้มาตรฐานการวัดและผลงานวิจัยถูกนำไปใช้รับรองผลิตภัณฑ์ การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นข้อมูลอ้างอิงเชิงประจักษ์ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ

“ความร่วมมือระหว่าง มว. และ เอ็มเทค สวทช. ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการลงนามบนกระดาษ แต่เป็นการนำความรู้เรื่องวัสดุมาบรรจบกับความเชื่อถือได้ของผลการวัด เพื่อเกิดพลังในการสร้างรากฐานสิ่งแวดล้อมที่มั่นคง ยกระดับอุตสาหกรรมไทย และคืนอากาศสะอาดรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน”