มว.วันนี้ : กิจกรรมความร่วมมือระดับชาติ – สัมภาษณ์พิเศษ ผมว.

บรรยากาศใน มว. ช่วงนี้เต็มไปด้วยผู้มาเยือนที่ตบเท้าเข้ามาทั้งไทยและต่างประเทศ เรียกได้ว่าต้อนรับศักราชใหม่ด้วยกิจกรรมระดับอินเตอร์ ที่มีการรวมตัวกันของบรรดาผู้เชี่ยวชาญอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกับกิจกรรม “Kickoff Workshop and Inter- laboratory Comparison Exercise for Hydraulic Pressure Standard” โดย ฝ่ายมาตรวิทยาเชิงกล ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ด้านการสอบเทียบเครื่องมือวัดความดันประเภท High accuracy และการเข้าร่วมกิจกรรมเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างประเทศ  หลายคนอาจจะสงสัยว่าเพราะเหตุใดเราจึงต้องมีการจัดกิจกรรมต่างๆเหล่านี้  จัดไปแล้วได้อะไร วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์จากท่าน ผมว. อาจารย์ประยูร เชี่ยววัฒนา มาฝากกันค่ะ

ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในการจัดประชุมฯครั้งนี้ ?

ก่อนอื่นต้องเล่าถึงที่มาที่ไปก่อนว่าทำไมถึงต้องมีการจัดกิจกรรมเหล่านี้ สาเหตุมาจากการมีช่องว่างระหว่างสมาชิกซึ่งประกอบด้วยประเทศผู้มีความเชี่ยวชาญและประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากการประชุม APMP (Asia Pacific Metrology Programme) มักจะให้ความต้องการไม่ครอบคลุมกลุ่มประเทศดังกล่าว (ประเทศกำลังพัฒนา) เนื่องจากมีองค์ความรู้ในระดับที่แตกต่างกันและมีความหลากหลายทางบริบทของแต่ละประเทศ ทำให้เป็นการยากที่จะพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

ดังนั้นจึงได้มีการหารือกันในกลุ่ม APMP ว่าควรจะมีการให้ความรู้และเทคนิคแก่ประเทศเหล่านี้ เพื่อที่การประชุม APMP ในแต่ละครั้ง มีความเข้าใจตรงกันที่มากขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  จึงเกิดแนวคิดการจัดทำประชุมเชิงปฏิบัติการเฉพาะประเทศในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา DEC (Developing Economies’ Committee) ขึ้นมา เพื่อเป็นการให้ความรู้ในเรื่องการเปรียบเทียบผลการวัด ช่วยเหลือประเทศเหล่านั้นแสดงศักยภาพของตนเองได้  มีระบบการวัดอยู่ในเกณฑ์ดีมีมาตรฐานเพื่อนำไปขอ CMCs ในการรับรองมาตรฐานต่อไป

ดังนั้นประเทศไทยในฐานะเป็นเจ้าภาพได้รับประโยชน์จากการประชุมฯนี้แน่นอน รวมถึงบรรดาประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมที่เขาจะได้รับความรู้ใหม่ๆนำไปพัฒนาประเทศของเขา

IMG_8289(3)
อาจารย์ประยูร เชี่ยววัฒนา – ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับมีอะไรบ้าง?

มี 2 ด้านด้วยกัน

ด้านแรก คือ ความรู้สึกอันดีต่อกัน เนื่องจากในระยะเริ่มต้น เรายังเหมือนเด็กหัดเดิน ซึ่งในช่วงนั้นมีพันธมิตรที่ดี ที่เข้ามาสนับสนุน ช่วยเหลือ เช่น เยอรมนี ออสเตรเลีย ต่อมาก็มี ญี่ปุ่น ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือเราในหลายๆด้าน จนกระทั่งเราเข้มแข็งขึ้นสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้

ด้านที่ 2 คือหลังจากที่เราเข้มแข็งขึ้น เราก็ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้ที่เป็น พันธมิตร โดยการไปเป็นพี่เลี้ยงเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากพันธมิตรของเราไปยังประเทศอื่นๆ และยังคงมีงานความร่วมมือระหว่างพันธมิตรเดิมๆที่เป็นเพื่อนของเรามาตั้งแต่ต้นอยู่ เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยได้รับก็คือ ระบบมาตรวิทยาของไทยจะเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ  การเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายในแถบภูมิภาค ทำให้เรากลายเป็นศูนย์กลางด้านมาตรวิทยาไปโดยปริยาย  อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศเนื่องจากเราได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือประเทศต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน เมื่อระบบมาตรวิทยาของแต่ละประเทศดีขึ้นจะส่งผลต่อโครงสร้างในส่วนต่างๆภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาต่อไปเป็นลูกโซ่ครอบคลุมในทุกๆด้าน และสุดท้ายประเทศไทยซึ่งเป็นพี่เลี้ยงมาตั้งแต่ต้นก็จะได้รับเครดิตที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

ในอนาคตจะมีโครงการความร่วมมือในลักษณะนี้อีกหรือไม่?

ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะมีงานใหญ่อีกหนึ่งงานคือ Mid Year APMP ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน ปีนี้ เราจะเน้นประเด็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศ DEC นั่นคือจะมีการจัดเป็น Symposium และ  Workshop โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยาระดับโลก หลายท่าน  จะมีการอธิบายให้เห็นถึงกลไกการทำงานของมาตรวิทยาที่นอกจากการสอบเทียบแล้วมาตรวิทยายังสามารถให้อะไรได้อีกบ้าง ซึ่งมาตรวิทยายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มากกว่านั้น โดยในงานนี้จะเป็นการเล่าถึงความสำคัญ และดึงศักยภาพทางด้านมาตรวิทยาที่มีอยู่ให้เป็นที่รู้จักและใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นรูปธรรมมากที่สุด

โดยผลที่คาดหวังว่าจะได้จากงานนี้ เราต้องการให้เกิด Action ในหมู่ประเทศสมาชิก เช่น หลังจากการประชุมแล้ว อาจจะมีการนำตัวอย่างไปพูดกับรัฐบาลของของเขาว่าประโยชน์ของมันมีอะไรบ้าง ให้เห็นว่าผลของการสอบเทียบนั้นให้ประโยชน์อย่างไร ซึ่งต่างชาติเองก็มองว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในด้านนี้ เนื่องจาก 18 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมาได้ขนาดนี้นับว่าเป็นการก้าวกระโดดที่ไกลมาก  และนอกเหนือจากงานนี้เราก็ยังมีอีกหลายงานที่เป็นในลักษณะนี้  เราพยายามที่จะดันกิจกรรมออกมาเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นความต้องการของทั้งทางประเทศผู้ให้การสนับสนุน เช่น เยอรมนี และญี่ปุ่น และยังมีประเทศต่างๆ ในเอเซียที่ยังขาดทักษะทางด้านนี้อยู่มาก ซึ่งหลังจากงานนี้ ในอนาคตอันใกล้ อีกเช่นเคย เราก็จะมีโครงการความร่วมมือในแบบต่างๆที่เกี่ยวกับมาตรวิทยาที่เปิดประตูสู่นานาอารยประเทศมากขึ้น  ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการพัฒนามาตรฐานมาตรวิทยาในระดับภูมิภาคให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการผลักดันระบบมาตรวิทยาของไทยไปสู่การยอมรับและเป็นที่รู้จักบนเวทีโลก

ฟังจากที่ท่านผมว.ให้สัมภาษณ์แล้วอาจจะคลายข้อสงสัยของหลายๆท่านได้ ส่วนงานใหญ่ครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง เราจะหาข้อมูลที่น่าสนใจมารายงานเป็นระยะๆ เพื่อให้ชาว มว. ทุกท่านได้รับทราบข้อมูลข่าวสารกันต่อไปค่ะ