4 พฤษภาคม 2560 : สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางอัจฉรา เจริญสุข ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ ศ.ดร. สมนึก ตั้งเดิมสิริอุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือด้านวิชาการร่วมกันระหว่าง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (National Institute of Metrology (Thailand) : NIMT กับ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Sirindhorn International Institute of Technology, Thammasat University : SIIT) พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ มว. และ Dr. Stanislav S. Makhanov, SIIT ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยบันทึกข้อตกลงโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือภายใต้การวิจัยร่วมกัน รวมทั้งการประสานงาน การสัมมนา การประชุม หรือร่วมทุนการศึกษาสำหรับหลักสูตรของ SIIT สำหรับพนักงานของ มว. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและการศึกษาที่สร้างศักยภาพการวัดของทั้งสององค์กรในการใช้ทรัพยากรร่วมกันพัฒนางานวิจัยด้านการวัดเพื่อพัฒนางานมาตรวิทยาในการต่อยอดไปสู่ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมและส่งเสริมศักยภาพ สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาประเทศไทย 4.0 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ณ อาคารผดุงมาตร มว. จ.ปทุมธานี
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติมีความเชี่ยวชาญทางด้านการวัดที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีการพัฒนาขีดความสามารถของการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) โดยเฉพาะงานด้านมาตรวิทยาที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ มีพันธกิจในการสถาปนาหน่วยวัดมาตรฐานแห่งชาติตามระบบหน่วยวัดสากลให้เป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศ เป็นแหล่งอ้างอิงได้ทางการวัดของประเทศ โดยได้จัดหามาตรฐานในสาขาการวัดด้านต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในประเทศและถ่ายทอดค่าความถูกต้องทางการวัดสู่ภาคส่วนต่างๆ ปัจจุบันนโยบายของสถาบันได้มุ่งเน้นการส่งมอบองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมทุกกิจกรรม และให้เข้าถึงผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น โดยสามารถนำองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาไปประยุกต์ใช้
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรมีความพร้อมทางด้านวิชาการและผลงานวิจัยมากมายพร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาผลงานวิจัยที่ให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายแล้วยังเป็นการส่งเสริมให้ผลงานวิจัยนี้เกิดมีนวัตกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ตัวสินค้าและบริการ ที่เป็น Smart Product หรือ Smart Service ซึ่งเป็นสินค้าและบริการที่เน้นคุณภาพ มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added) หรือมีประสิทธิภาพในการผลิตที่ดี รวมถึงการนำฐานข้อมูล Big Data มาใช้วิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า และเพื่อให้การตอบสนองเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรทั้งสองสถาบัน
การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านมาตรวิทยามาใช้จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาศักยภาพให้แก่งานวิจัย อีกทั้งเป็นการลดความสิ้นเปลืองการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและนวัตกรรม ตลอดต่อยอดสู่นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้สูงสุด
