มว.ใส่เกียร์ เดินหน้า พัฒนาระบบปรับเทียบเวลามาตรฐาน รองรับการใช้งานทุกภาคส่วน

18728044749_c126afb907_b

ในปัจจุบัน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมภายในประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้สังคมที่มีความเฟื่องฟูทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโลยีและนวัตกรรมต้องหาสื่อกลางที่ช่วยส่งผ่านกิจกรรมต่างๆให้สามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ   บทบาทสำคัญดังกล่าวนี้จึงตกเป็นของสื่อดิจิตอล และเทคโนโลยีการสารสนเทศ บนเครือข่าย Internet ที่ตอนนี้แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

communication-1296385_960_720

เราใช้ระบบ Internet เป็นตัวลำเลียงข้อมูลสำหรับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารในระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์  E-Government อุตสาหกรรมการผลิต การวิจัยและพัฒนา ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การทหาร การเงิน การแพทย์ การจราจร การขนส่ง การสื่อสาร ธุรกรรมการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ การติดต่อธุรกิจ การสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ E-Document ที่มีความปลอดภัยเชื่อถือได้ สำหรับคู่ค้า ทั้งภายในและนอกประเทศ การส่งผ่านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะไม่สามารถสร้างผลลัพท์ได้อย่างสมบูรณ์หากไม่มีประทับเวลามาตรฐานลงไปในเอกสารนั้นด้วย เรื่องของเวลาจึงเข้ามาเป็นตัวชี้วัดเอกสารนั้นว่า เกิดขึ้นเมื่อใด มีถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัยในการส่งเพียงใด ดังนั้น ทุกธุรกรรมสัญญาที่ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำเป็นต้องมีเวลามาตรฐาน บันทึกอยู่ด้วย และถูกใช้เป็นตัวระบุลำดับเหตุการ ซึ่งเกิดขึ้นบนระบบเครือข่าย Digital และกำหนดการดำเนินกิจกรรมต่างๆให้เป็นลำดับอย่างถูกต้องอีกด้วย  ซึ่งสิ่งเหล่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีความต้องการใช้ระบบปรับเทียบเวลามาตรฐาน แบบอัตโนมัติทั้งสิ้น

 

ntp2

 

ในอดีตกว่า 10 ปี สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ โดยห้องปฏิบัติการเวลาและความถี่ได้มีการพัฒนาระบบ และเครื่องมือที่ใช้ในการให้บริการปรับเทียบเวลามาตรฐานผ่าน Internet ด้วยเทคนิค NTP (Network Time Protocol) หรือเรียกว่า Time Server ซึ่งเป็นระบบซึ่งจำเป็น และมีความต้องการใช้บริการสูงมาก ขณะนั้นมีการ Synchronize เพื่อปรับเทียบเวลาผ่านช่องทาง Time Server ของสถาบันเฉลี่ยประมาณ 500 ครั้งต่อวินาที ตลอด 24 ชม. และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของ เศรษฐกิจ และปริมาณการใช้งานระบบ Internet Smart Phone ทีวีดิจิตอล รวมอินเทอร์เนตทีวีอีกด้วย ประกอบกับได้มีประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ.2550     ข้อ 9 “เพื่อที่จะได้รับข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่มีความถูกต้องและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เมื่อผู้ให้บริการตั้งนาฬิกาของอุปกรณ์บริการทุกชนิด ได้ตรงกับเวลาอ้างอิงมาตรฐานสากล” ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้การใช้ระบบ Time Server มีการเดิบโตเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ

สถาบันจึงมีการพัฒนาระบบบริการปรับเทียบเวลามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการทีมีมากขึ้น โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น และสามารถรองรับการให้บริการสูงขึ้นถึง 3200 ครั้งต่อวินาที สามารถรองรับความต้องการใช้งานของหน่วยงานในประเทศและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างพอเพียง ซึ่งสามารถรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศได้ ตลอดจนรองรับความต้องการปรับเทียบเวลามาตรฐานในทุกภาคส่วนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

จึงสามารถพูดได้ว่าการที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จัดทำมาตรฐานด้านเวลาขึ้นมานั้นเป็นตัวช่วยในเรื่องของการวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคุณภาพของประเทศหรือ NQI (National Quality Infrastructure) ให้มีความสมบรูณ์ขึ้นอีกทางหนึ่ง เพื่อใช้เป็นตัวขับเคลื่อนประเทศให้การก้าวสู่สังคมที่มีวัฒนธรรมทางด้านคุณภาพต่อไป

 

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมและปรับเทียบวิธีการมาตรฐานได้ที่นี่  http://www.nimt.or.th/main/?page_id=356