กระทรวง อว. เผยความพร้อม “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ชูนวัตกรรม AI และเทคโนโลยีอนาคต

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวเตรียมจัด “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิดหลัก “Intelligence in Science for a Sustainable Future” วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน มุ่งใช้พลังวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาจริงของสังคม ยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ วันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 นี้ ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

10 สิงหาคม 2569 : ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวง อว. และพลตำรวจโท พรชัย  สุธีรคุณ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมจัดเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการคิดวิเคราะห์ควบคู่กับการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จึงเป็นกลไกสำคัญของกระทรวง อว. ในการสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทดลอง คิด วิเคราะห์ และค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมมองเห็นเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ AI วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”

“งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นับเป็นเวทีวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นการสืบสานพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Intelligence in Science for a Sustainable Future สะท้อนการนำพลังแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญในชีวิตจริง ทั้งด้านสุขภาพ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชนและภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง รองรับโลกยุคใหม่ ผ่านการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม การผลักดันนโยบาย AI for All และการส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สามารถใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างโอกาสและพัฒนาประเทศต่อไป”

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า “การจัดงานในปีนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลลิปปินส์ มาเลเซีย  ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยนำผลงานวิจัย นวัตกรรม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้ามาร่วมจัดแสดง เพื่อร่วมกันจุดประกายความคิดและสร้างการเรียนรู้ให้คนไทย โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนิทรรศการไฮไลต์ที่สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อนอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge ที่พาผู้ชมเรียนรู้ศักยภาพของ AI ในโลกยุคใหม่ นิทรรศการตามล่าหาแร่ (Rare Earth : The invisible power) ที่เปิดโลกแร่ธาตุหายากซึ่งอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงนิทรรศการดอกไม้เปลี่ยนโลก (Over The Bloom) และนิทรรศการความลับของท้องทุ่ง (The Hidden World of Rangelands) ที่เชื่อมโยงประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัด อว. อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดแสดงนิทรรศการ NRCT: Secrets Beneath the Earth มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อยกระดับ “สตูลจีโอพาร์ค” (อุทยานธรณีโลกสตูล) ในรูปแบบ Interactive, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) นำเสนอเรื่องราวครั้งแรกของไทยกับการเตรียมส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ‘CE-7 MATCH’ ฝีมือคนไทย ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในเดือน ส.ค. นี้ , สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จัดแสดงนิทรรศการ Metrology for a Sustainable Future ที่ในงานแถลงข่าววันนี้ได้นำตัวอย่างนิทรรศการ “การทวนสอบพลังงานไฟฟ้าของบริภัณฑ์จ่ายไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (ตู้ชาร์จ) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ที่นำผลงานตัวอย่างอาหารแห่งอนาคตมาจัดแสดง

โดยในปีนี้ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อ “Metrology for a Sustainable Future:  โดยนําเสนอแนวคิด  “ทุกตัวเลขที่ แม่นยําคือพลังที่ขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน” ซึ่งรูปแบบการจัดนิทรรศการจะเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) และความสนุกสนาน (Edutainment) โดยใช้สื่อ Interactive และกิจกรรมทดลอง เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมและเข้าใจเนื้อหางานด้านการวัดในรูปแบบที่เข้าใจ เข้าถึงได้ง่าย และในงานแถลงข่าววันนี้ มว. ได้นำตัวอย่างผลงานด้านการวัดที่จะเป็นประโยชน์และสามารถสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในหัวข้อ การทวนสอบพลังงานไฟฟ้าของบริภัณฑ์จ่ายไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (ตู้ชาร์จ) (Electric Vehicle Supply Equipment; EVSE) ที่แสดงถึง

– กระบวนการ “ทวนสอบพลังงานไฟฟ้า” เพื่อพิสูจน์ความแม่นยำว่า เครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟได้ปริมาณตรงตามตัวเลขที่แสดงผลและเรียกเก็บเงินจริงหรือไม่

– รองรับการวัดและตรวจสอบและรับรองระบบมิเตอร์ของสถานีชาร์จทั่วประเทศ

– สร้างความเป็นธรรมทางการค้า ปกป้องผู้ใช้รถ EV ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

– เรียนรู้บทบาทของ มว. ในการพัฒนาเครื่องมือมาตรฐานอ้างอิงระดับชาติ ที่มีความเที่ยงตรงสูงสุดเพื่อใช้ตรวจสอบและรับรองระบบมิเตอร์ของสถานีชาร์จทั่วประเทศ

โดยภายในงานมหกรรมวิทย์ฯ มว. ยังได้จัดเตรียมความรู้พร้อมโมเดลสาธิตด้านการวัดเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ มาตรฐานเวลาและความถี่แห่งอนาคต ที่รวมไปถึงการพัฒนานาฬิกาอะตอมเชิงแสง, การทำการเกษตรอัจฉริยะ หรือการวัดเพื่อรองรับด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ ระบบสอบเทียบเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว รวมไปถึงการวัดในด้านพลังงานทางเลือก ได้แก่ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

ซึ่ง อพวช. และ หน่วยงานร่วมจัดได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Interactive Learning) เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกช่วงวัยได้สนุกกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือคิด ลงมือทดลอง และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ Science Lab เวิร์กช็อป Coding & AI รวมถึงกิจกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แล้วพบกันในวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 นี้ ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี